ขั้นตอนขึ้นทะเบียนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสำหรับนายจ้าง
สรุปเงื่อนไข ขั้นตอน แบบฟอร์ม และสิ่งที่นายจ้าง ฝ่าย HR และ Payroll ควรเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ
สรุปสำหรับนายจ้าง
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือระบบสงเคราะห์ที่เข้าเงื่อนไข ควรตรวจสอบสถานะ ขึ้นทะเบียน และเตรียมระบบเงินเดือนให้พร้อมล่วงหน้า
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน เสียชีวิต หรือเข้าเงื่อนไขอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
นายจ้างรายใดต้องขึ้นทะเบียน
โดยหลัก นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากกิจการยังไม่มีหลักประกันดังต่อไปนี้
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมาย หรือ
- ระบบสงเคราะห์ลูกจ้างกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน
1. ตรวจสอบสถานะกิจการ
ตรวจสอบจำนวนลูกจ้าง การเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสวัสดิการกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตที่บริษัทจัดไว้เดิม
2. เตรียมข้อมูล
จัดเตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่
- ข้อมูลนายจ้างและสถานประกอบการ
- เลขทะเบียนนิติบุคคลและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- รายชื่อลูกจ้างและเลขประจำตัวประชาชน
- วันเริ่มงานและอัตราค่าจ้าง
- สถานะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
3. กรอกแบบฟอร์ม
- กิจการที่อยู่ภายใต้บังคับ ใช้แบบ สกล.3
- กิจการที่เข้าร่วมโดยสมัครใจ ใช้แบบ สกล.3/1
4. ยื่นขึ้นทะเบียน
นายจ้างสามารถยื่นผ่านช่องทางต่อไปนี้
- ระบบ e-Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่
5. รับหนังสือสำคัญ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะออกหนังสือสำคัญ ได้แก่
- แบบ สกล.4 สำหรับกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับ
- แบบ สกล.4/1 สำหรับกิจการที่เข้าร่วมโดยสมัครใจ
นายจ้างควรตรวจสอบความถูกต้องและเก็บหนังสือสำคัญไว้เป็นหลักฐาน
อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ
ในระยะแรกกำหนดอัตราไว้ดังนี้
| ผู้รับผิดชอบ | อัตรา |
|---|---|
| ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม | 0.25% ของค่าจ้าง |
| นายจ้างจ่ายเงินสมทบ | 0.25% ของค่าจ้าง |
ตัวอย่างการคำนวณ
ลูกจ้างมีค่าจ้าง 30,000 บาทต่อเดือน
หลังขึ้นทะเบียนต้องทำอะไร
นายจ้างต้องปรับกระบวนการเงินเดือนให้รองรับการดำเนินงาน ได้แก่
- คำนวณและหักเงินสะสมจากลูกจ้าง
- คำนวณเงินสมทบส่วนของนายจ้าง
- แสดงรายการหักในสลิปเงินเดือน
- จัดทำรายงานและนำส่งเงินตามกำหนด
- แจ้งเพิ่มหรือลดรายชื่อเมื่อมีพนักงานเข้า–ออก
- เก็บหลักฐานการคำนวณและการนำส่ง
สิ่งที่องค์กรควรเตรียมก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- ตรวจสอบว่ากิจการและพนักงานรายใดอยู่ในข่าย
- เตรียมข้อมูลสำหรับการขึ้นทะเบียน
- ปรับระบบ Payroll และรายการในสลิปเงินเดือน
- วางงบประมาณเงินสมทบส่วนของนายจ้าง
- สื่อสารให้พนักงานเข้าใจล่วงหน้า
- กำหนดผู้รับผิดชอบการนำส่งและตรวจสอบยอดประจำเดือน
สรุป
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือระบบสงเคราะห์ที่เข้าเงื่อนไข ควรเตรียมขึ้นทะเบียนและปรับระบบเงินเดือน ให้พร้อมก่อนเริ่มจัดเก็บเงินในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
การเตรียมข้อมูลและกระบวนการล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการขึ้นทะเบียนล่าช้า คำนวณยอดไม่ถูกต้อง หรือนำส่งเงินไม่ครบถ้วน
ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล Payroll?
AIMSUCCESS ให้บริการรับทำเงินเดือน Payroll Outsource ครบวงจร ช่วยดูแลการคำนวณเงินเดือน รายการหัก รายการสมทบ ประกันสังคม ภาษี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดภาระงาน HR และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด
ข้อมูลอ้างอิง : กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และประกาศที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

