กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร นายจ้างต้องเริ่มหักเงินเมื่อไร
สรุปเรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พร้อมอัตราเงินสะสม เงินสมทบ วันเริ่มจัดเก็บ และสิ่งที่นายจ้าง ฝ่ายบุคคล และ Payroll ควรเตรียมตัว
อ่านจบใน 3 นาที
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนตามกฎหมายแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างในกรณีออกจากงานหรือตาย โดยนายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นกองทุนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันและให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย
เดิมหลายธุรกิจอาจไม่คุ้นเคยกับกองทุนนี้ เพราะที่ผ่านมาในทางปฏิบัติยังไม่ได้มีการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราการนำส่งเงินแล้ว ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นายจ้างและฝ่าย Payroll ต้องเตรียมตัว
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
- นายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเงินเข้ากองทุน
- เริ่มจัดเก็บตามข้อมูลล่าสุดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- กิจการที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
มีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง
ในเชิงกฎหมาย กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และปัจจุบันมีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ “วันเริ่มจัดเก็บเงินจริง” ซึ่งเดิมกำหนดให้เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 แต่มีการเลื่อนการจัดเก็บออกไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2569
กิจการใดต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ตามหลักของมาตรา 130 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
| กรณี | แนวทางพิจารณา |
|---|---|
| กิจการมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป | โดยหลักอยู่ในข่ายต้องเข้ากองทุน |
| กิจการมีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน | โดยหลักยังไม่อยู่ในบังคับตามมาตรา 130 วรรคหนึ่ง |
| นายจ้างมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ลูกจ้าง | อาจเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย |
| นายจ้างมีระบบสงเคราะห์กรณีลูกจ้างออกจากงานหรือตาย | ต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎกระทรวงกำหนดหรือไม่ |
อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ
กฎกระทรวงกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างนำส่งเงินเข้ากองทุน โดยลูกจ้างจ่าย “เงินสะสม” และนายจ้างจ่าย “เงินสมทบ” ในอัตราที่กฎหมายกำหนด
| ช่วงเวลา | ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม | นายจ้างจ่ายเงินสมทบ |
|---|---|---|
| 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2574 | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.25% ของค่าจ้าง |
| ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป | 0.50% ของค่าจ้าง | 0.50% ของค่าจ้าง |
ตัวอย่างการคำนวณ
ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน และอยู่ในช่วงอัตรา 0.25%
ฝั่งนายจ้าง
นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราเดียวกัน คือ 0.25% ของค่าจ้าง
ต่างจากประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกับประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ในความเป็นจริงทั้งสามเรื่องมีวัตถุประสงค์และกฎหมายคนละฉบับ
| หัวข้อ | กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | ประกันสังคม | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ |
|---|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | สงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน | คุ้มครองเจ็บป่วย ว่างงาน คลอดบุตร ชราภาพ และกรณีอื่น | ส่งเสริมการออมเพื่ออนาคตหรือเกษียณ |
| ลักษณะ | เป็นกองทุนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน | เป็นระบบประกันสังคมภาคบังคับ | เป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดตั้งร่วมกับลูกจ้าง |
| ผู้เกี่ยวข้องกับการนำส่ง | นายจ้างและลูกจ้าง | นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ | นายจ้างและลูกจ้างตามข้อบังคับกองทุน |
| ผลต่อ Payroll | ต้องตั้งรายการหักและสมทบเพิ่ม | มีการหักและนำส่งประจำอยู่แล้ว | ขึ้นอยู่กับบริษัทที่จัดตั้งกองทุน |
ข้อแนะนำสำหรับนายจ้างและฝ่าย HR
แม้วันเริ่มจัดเก็บจะถูกเลื่อนออกไป แต่ธุรกิจไม่ควรรอจนถึงช่วงใกล้บังคับใช้ เพราะการนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะกระทบทั้งระบบเงินเดือน เอกสารพนักงาน การตั้งค่ารายการหัก และต้นทุนฝั่งนายจ้าง
สิ่งที่ควรเตรียมล่วงหน้า
- ตรวจสอบจำนวนลูกจ้างว่าบริษัทอยู่ในข่ายตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปหรือไม่
- ตรวจสอบว่าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือสวัสดิการที่เข้าข้อยกเว้นหรือไม่
- เตรียมรายการหักเงินสะสมของลูกจ้างในระบบ Payroll
- เตรียมรายการเงินสมทบฝั่งนายจ้างเพื่อคำนวณต้นทุนแรงงาน
- แจ้งพนักงานให้เข้าใจว่าเงินสะสมนี้เป็นรายการตามกฎหมาย ไม่ใช่การหักเงินโดยไม่มีเหตุผล
- ติดตามประกาศจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่อง
ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล Payroll และกฎหมายแรงงาน?
AIMSUCCESS ให้บริการรับทำเงินเดือน Payroll Outsource ครบวงจร ช่วยดูแลการคำนวณเงินเดือน รายการหัก รายการสมทบ ประกันสังคม ภาษี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดภาระงาน HR และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดด้านกฎหมายแรงงาน
ข้อมูลอ้างอิง : กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, กระทรวงแรงงาน และประกาศที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

